โครงการป้องกันควบคุมมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม สตรีอายุ 35+ อย่าลืมตรวจมะเร็งปากมดลูกนะจร้า

 ประเภท : ข่าวประชาสัมพันธ์

มะเร็งปากมดลูก เป็นโรคที่ป้องกันและรักษาให้หายได้ แต่ยังคงครองแชมป์อันดับหนึ่งของมะเร็งที่คร่าชีวิตผู้หญิง โดยมีอัตราการเสียชีวิตของมะเร็งปากมดลูก เฉลี่ย 7 คนต่อวัน และพบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก รายใหม่สูงถึง 6,000 คนต่อปี โดยในจำนวนของผู้มีเชื้อนี้กว่าครึ่งต้องเสียชีวิต เนื่องจาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักอายและกลัวที่จะไปพบแพทย์เพื่อตรวจหา เชื้อมะเร็ง ทำให้กว่าจะรู้ว่าป่วยด้วย โรคมะเร็งปากมดลูก นี้ ความรุนแรง ของโรคก็อยู่ในระยะลุกลามแล้ว..ดังนั้น ……วันนี้เราจึงควรรู้เท่าทัน

โรคมะเร็งปากมดลูก
โรคมะเร็งปากมดลูก (Cancer of Cervix) เกิดจากเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า HPV (Human Papilloma Virus) ไวรัสชนิดนี้ติดต่อจากการสัมผัส ส่วนใหญ่เป็นการสัมผัสทางเพศสัมพันธ์ที่ทำให้มีรอยถลอก ของผิวหรือเยื่อบุ และเชื้อไวรัส จะเข้าไปที่ปากมดลูก ทำให้ปากมดลูกมีการเปลี่ยนแปลงของ เนื้อเยื่อหรือเซลล์ จากปากมดลูกปกติกลายเป็นระยะก่อนเป็น มะเร็งปากมดลูก
สำหรับความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชพีวีดำเนินได้โดยง่าย เชื้อชนิดนี้ ทนทาน ต่อความร้อน และความแห้งได้ดี สามารถเกาะติดตามผิวหนัง อวัยวะเพศ เสื้อผ้า หรือแม้แต่กระจายอยู่รอบตัวในรูปของละอองฝุ่น ซึ่งผู้หญิงทุกคนที่เคยมีเพศสัมพันธ์ย่อมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชพีวี อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อมักหายได้เอง ด้วยภูมิต้านทานของร่างกาย มีเพียง 10% เท่านั้น ที่การติดเชื้อยังดำเนินต่อไป สร้างความผิดปกติให้กับเยื่อบุปากมดลูก และทำให้กลายเป็นมะเร็งในเวลาต่อมา ซึ่งเมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจนก่อให้เกิด มะเร็งปากมดลูก นั้น ใช้เวลาประมาณ 10-15 ปี

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก

- การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย
- การมีคู่นอนหลายคน หรือฝ่ายชายที่เราร่วมหลับนอนมีคู่นอนหลายคน
- การคลอดบุตรจำนวนหลายคน
- การสูบบุหรี่
- การมีภาวะคุ้มกันต่ำ โดยเฉพาะเป็นโรคเอดส์
- พันธุกรรม

ผู้หญิงควรจะเริ่มตรวจหาโรค มะเร็งปากมดลูก เมื่อใด?

ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ทุกช่วงอายุ ควรมาตรวจคัดกรองเชื้อ มะเร็งปากมดลูก หรือเรียกว่า แพปสเมียร์ ( Pap Smear ) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และผู้หญิงที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ควรเริ่มเมื่อ อายุ 30 ปีขึ้นไป แต่ในกรณีที่เริ่มพบความผิดปกติแพทย์อาจนัดให้ไปตรวจถี่ขึ้น แพปสเมียร์ คือ วิธีการตรวจหาความผิดปกติ หรือโรค มะเร็งปากมดลูก ที่ค่อนข้างง่าย ใช้เวลาเพียง 2–3 นาทีเท่านั้น เพื่อเก็บเซลล์มาป้ายบนแผ่นกระจก และนำไปตรวจหาความผิดปกติ วิธีการตรวจแพปสเมียร์นี้ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็น มะเร็งปากมดลูก ได้ถึง 70 %

ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้หญิงที่ต้องการตรวจมะเร็งปากมดลูก

1. ต้องไม่มีการตรวจภายในมาก่อน 24 ชั่วโมง
2. งดการมีเพศสัมพันธ์ภายใน 24 ชั่วโมง ก่อนการตรวจ
3. ห้ามใช้ยาสอดหรือล้างช่องคลอดอย่างน้อย 48 ชั่วโมง ก่อนการตรวจ
4. ไม่ควรตรวจ ขณะมีอาการตกขาวมากหรือมีปากมดลูกอักเสบ ให้เว้นระยะเพื่อรักษาก่อน 4-6 สัปดาห์
5. ไม่ควรตรวจ ในระยะเวลา 3 – 4 วัน ก่อนการมีประจำเดือนขณะมีประจำเดือน เวลาที่เหมาะสมสำหรับการตรวจคือ หลังประจำเดือนมา 2 อาทิตย์
6. ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้ว หรือคุมกำเนิดด้วยยาเม็ดหรือยาฉีด สามารถตรวจได้เลย

 

ข้อมูลไฟล์ที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีข้อมูล!!
ข้อมูลรูปที่เกี่ยวข้อง